วันอังคารที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

การแสดงผลทางหน้าจอ

แสดงผลออกทางหน้าจอ
          การทำงานพื้นฐานที่สึดหรือเรียกได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งในการทำงานของทุกโปรแกรมคือ  การแสดงผลข้อมูลออกทางจอภาพ  โดยในภาษา C  นั้น  การแสดงผลข้อมูลออกทางจอสามารถทำได้ดังนี้
คำสั่ง printf
          คำสั่ง printf  ถือได้ว่าเป็นคำสั่งพื้นฐานที่สุดในการแสดงผลข้อมูลทุกชนิดออกทางหน้าจอไม่ว่าจะเป็นจำนวนเต็ม int ทศนิยม float ข้อความ string  หรืออักขระ  นอกจากนี้คำสั่งยังมีความยืดหยุ่นสูง  โดยเราสามารถกำหนดหรือจัดรูปแบบการแสดงผลให้มีระเบียบหรือเหมาะสมตามความต้องการได้อีกด้วย 
รูปแบบคำสั่ง prinft
printf ("format",variable);

format
     ข้อมูลที่ต้องการแสดงผลออกทางหน้าจอ  โดยข้อมูลนี้ต้องเขียนไว้ในเครื่องหมาย "  " ข้อมูลที่สามารถแสดงผลได้มีอยู่ 2 ประเภท คือ  ข้อความธรรมดา  และค่าที่เก็บไว้ในตัวแปร  ซึ่งถ้าเป็นค่าที่เก็บไว้ในตัวแปรต้องใส่รหัสควบคุมรูปแบบให้ตรงกับชนิดของข้อมูลที่เก็บไว้ในตัวแปรนั้นด้วย
variable
     ตัวแปรหรือนิพจน์ที่ต้องการนำค่าไปแสดงผลให้ตรงกับรหัสควบคุมรูปแบบที่กำหนดไว้


รหัสควบคุมรูปแบบการแสดงผลค่าของตัวแปรออกทางหน้าจอ  แสดงได้ดังนี้

รหัสควบคุมรูปแบบ
การนำไปใช้งาน
%d
แสดงผลค่าของตัวแปรชนิดจำนวนเต็ม
%u
แสดงผลค่าของตัวแปรชนิดจำนวนเต็มบวก
%f
แสดงผลค่าของตัวแปรชนิดจำนวนทศนิยม
%c
แสดงผลอักขระ 1 ตัว
%s
แสดงผลข้อความ หรืออักขระมากกว่า 1 ตัว


ตัวอย่างการใช้คำสั่ง printf  แสดงผลข้อความธรรมดาออกทางหน้าจอ ดังนี้

printf("Hello Program C");แสดงข้อความ Hello Program C ออกทางขอภาพ
printf("Lampang kunlayanee school");แสดงข้อความ Lampang kunlayanee school ออกทางจอภาพ
printf("Lampang Thailand");แสดงข้อความ Lampang Thailand  ออกทางจอภาพ


#include <stdio.h>
#include <conio.h>
void main()
{
   clrscr();
   prinft('Lampang Kunlayanee School\n");
   printf("Program C\n");
getch();
}
ผลลัพธ์โปรแกรม
Lampang Kunlayanee School
Program C

          ส่วนตัวอย่างการใช้คำสั่ง  printf  แสดงผลจากค่าของตัวแปรหรือนิพจน์ การคำนวณออกทางหน้าจอ  แสดงได้ดังนี้  โดยกำหนดให้
ตัวแปร  x  เก็บจำนวนเต็ม  45
printf("total value = %d",x);   แสดงข้อความ total value = 45 ออกทางจอภาพ

แสดงผลให้เป็นระเบียบด้วยอักขระควบคุมการแสดงผล
          นอกจากนี้เรายังสามารถจัดรูปแบบการแสดงผลให้ดูเป็นระเบียบมากขึ้น  อย่างเช่นขึ้นบรรทัดใหม่  หลังแสดงข้อความ  หรือเว้นระยะแท็บระหว่างข้อความ  โดยใช้อักขระควบคุมการแสดงผลร่วมกับคำสั่ง printf

อักขระควบคุมการแสดงผล
ความหมาย
\n
ขึ้นบรรทัดใหม่
\t
เว้นช่องว่างเป็นระยะ 1 แท็บ (6 ตัวอักษร)
\r
กำหนดให้เคอร์เซอร์ไปอยู่ต้นบรรทัด
\f
เว้นช่องว่างเป็นระยะ 1 หน้าจอ
\b
ลบอักขระสุดท้ายออก 1 ตัว

          การนำอักขระควบคุมการแสดงผลมาใช้  เราต้องเขียนอักขระควบคุมการแสดงผลไว้ภายในเครื่องหมาย "  "  ดังตัวอย่าง

printf("Hello ... \n");แสดงข้อความ Hello ...  แล้วขึ้นบรรทัดใหม่
printf("Hello...\nLampang\n");แสดงข้อความ Hello ...แล้วขึ้นบรรทัดใหม่พร้อมกับแสดงข้อความLampang จากนั้นขึ้นบรรทัดใหม่อีกครั้ง
printf("Num1 = %d\tNum2 = %f\n",x,z);แสดงข้อความ Num1 = 45  ตามด้วยการเว้นช่องว่าง 1 แท็บแล้วต่อด้วยข้อความ Num2 = 20.153


คำสั่งรับข้อมูลจากคีย์บอร์ด
          การทำงานของโปรแกรมส่วนใหญ่มักจะเป้นการเชื่อมโยงกับผู้ใช้แบบ  2  ทิศทาง  คือ  ทั้งภาคของการแสดงผลการทำงานออกทางหน้าจอ  และภาคของการรับข้อมูลจากผู้ใช้เข้ามาทางคีย์บอร์ด  เพื่อร่วมในการประมวลผลของโปรแกรม 
คำสั่ง  scanf()
          ในภาษา C  การรับข้อมูลจากคีย์บอร์ดสามารถทำได้โดยการเรียกใช้ฟังก์ชัน  scanf()  ซึ่งเป็นฟังก์ชันมาตรฐานสำหรับรับข้อมูลจากคีย์บอร์ด  โดยสามารถรับข้อมูลได้ทุกประเภท  ไม่ว่าจะเป็นจำนวนเต็ม  ทศนิยม  อักขระ หรือข้อความ 
รูปแบบคำสั่ง  scanf()
scanf("format",&variable);

format
     การใช้รหัสควบคุมรูปแบบ  เพื่อกำหนดชนิดของข้อมูลที่จะรับเข้ามาจากคีย์บอร์ด โดยรหัสควบคุมรูปแบบใช้ชุดเดียวกับคำสั่ง printf()
variable
     ตัวแปรที่จะใช้เก็บค่าข้อมูลที่รับเข้ามาจากคีย์บอร์ด  โดยชนิดของตัวแปรจะต้องตรงกับรหัสควบคุมรูปแบบที่กำหนดไว้  นอกจากนี้หน้าชื่อของตัวแปรจะต้องนำหน้าด้วยเครื่องหมาย  &  ยกเว้นตัวแปรสตริง  สำหรับเก็บข้อความเท่านั้นที่ไม่ต้องนำหน้าด้วยเครื่องหมาย &


ตัวอย่างการใช้งานคำสั่ง  scanf()  เพื่อรับข้อมูลจากคีย์บอร์ด

int speed;สร้างตัวแปรชนิด int สำหรับเก็บค่าตัวเลขจำนวนเต็ม
printf("Enter wind speef : ");แสดงข้อความให้กรอกค่าความเร็วลมเป็นจำนวนเต็ม
scanf("%d",&speed);รับค่าความเร็วลมเข้ามาเก็บไว้ในตัวแปร speed


char answer;สร้างตัวแปรชนิด  char สำหรับเก็บอักขระ
printf("Enter Figure (Y : N)  : ")แสดงข้อความให้ป้อนอักขระ Y  หรือ N
scanf("%c",&answerรับอักขระเข้ามาเก็บไว้ในตัวแปร  answer


char name[10];สร้างตัวแปรสตริงสำหรับเก็บข้อความ
printf("Enter your name = ");แสดงข้อความให้ป้อนชื่อ
scanf("%s",nameรับชื่อเข้ามาเก็บไว้ในตัวแปร name สังเกตจะไม่ใส่เครื่องหมาย & ตัวแปรชนิดข้อความ


#include <stdio.h>
#include <conio.h>
void main()
{
  clrscr();
  int x,y,sum;
  printf("Enter The Length is : ");
  scanf ("%d",&x);
  printf("Enter The Width is : ");
  scanf ("%d",&y);
  sum = x*y;
  printf("The area is :%d",sum);
getch();
}
ผลลัพธ์โปรแกรม
Enter The Length is   : 15
Enter The Width is     : 5
The area is             : 75

การเขียนโปรแกรมคำนวณ
ื     เราสามารถคำนวณหาผลลัพทธ์ของนิพจน์คณิตศาสตร์ด้วยการเขียนโปรแกรมภาษาซี   ตัวอย่างต่อไปนี้เป็นการแสดงลำดับการประมวลผลทางคณิตศาสตร์ของนิพจน์ต่าง ๆ

#include <stdio.h>
#include <conio.h>
void main()
{
  clrscr();
  int a,b,c,d;
  a=(3+4)*5;
  b=3+4*5;
  c=(2+7)*4%10;
  d=2+7*4%10;
  e=10+2*8/4*3-5;
  printf("(3+4)*5 =%d\n",a);
  printf("3+4*5 =%d\n",b);
  printf("(2+7)*4%10 =%d\n",c);
  printf("(2+7)*4%10 =%d\n",d);
  printf("10+2*8/4*3-5 =%d\n",e);
  getch();
}
ผลลัพธ์โปรแกรม
  (3+4)*5=35
  3+4*5=23
  (2+7)*4%10=6
  2+7*4%10=10
  10+2*8/4*3-5=17

ตัวอย่างโปรแกรมคำนวณหาผลลัพธ์จากการหาร

#include <stdio.h>
#include <conio.h>
void main()
{
clrscr();
int a,b;
float c;
a=20;
b=6;
c=6;
printf("20/6 =%d\n",a/b);      /*หารเอาเฉพาะส่วน*/
printf("20%6 =%d\n",a%b); /*หารเอาเฉพาะเศษ*/
printf("20/6 =%f\n",a/c);       /*หารเอาทั้งเศษและส่วน*/
printf("20/6 =%.2f\n",a/c);   /*แสดงผลทศนิยม  2 ตำแหน่ง*/
  getch();
}
ผลลัพธ์โปรแกรม
20/6=3
20%6=2
20/6=3.333333
20/6=3.33 

คำศัพท์ภาษา ซี 50 คำ

1.int main ( ) //<----------------------------------------- จุดเริ่มต้นโปรแกรม

2.{ //<------------------------------------------------------เริ่มต้นขอบเขต การทำงาน

3.int i = 10; //<--------------------------- ประกาศตัวแปร i เป็น Interger และให้ค่า 10

4.printf( "Value in i = %in", i ); //<------------------- พิมพ์ค่า i

5.return 0; //<------------------------------------------ จบโปรแกรมให้ค่าจบโปรแกรม 0

6.} //<---------------------------------------------------- สิ้นสุดขอบเขต การทำงาน

7.Value in i = 10
// MAIN.CPP

int main ( )
{
8.int i = 10; //<------ ประกาศตัวแปร i เป็น Interger และให้ค่า 10
9.long lvalue = 20; //<------ ประกาศตัวแปร lvalue เป็น long และให้ค่า 20
10.float fvalue = 30.0; //<------ ประกาศตัวแปร fvalue เป็น float และให้ค่า 30.0
11.printf( "Value in i = %in", i ); //<---------------%i พิมพ์ตัวแปรในรูปแบบ Integer
12.printf( "Value in lvalue = %in", lvalue );
13.printf( "Value in fvalue = %fn", fvalue ); //<-----%f พิมพ์ตัวแปรในรูปแบบ float
14.return 0;
15.// MAIN.CPP
16.int main ( )

{
17.int i = 10; //<----------------------------ประกาศตัวแปร i เป็น Interger และให้ค่า 10
18.long lvalue = 20; //<------------------ประกาศตัวแปร lvalue เป็น long และให้ค่า 20
19.float fvalue = 30.0; //<------------ประกาศตัวแปร fvalue เป็น float และให้ค่า 30.0
20char ch = 'A'; //<---------------------------------- ตัวแปร character ให้ค่าอักษร 'A'
21.char data[80] = "Sawasdee"; //<------------ ตัวแปร array character ให้ค่า ข้อความ Sawasdee

22.printf( "Value in i = %in", i );
23.printf( "Value in lvalue = %in", lvalue );
24.printf( "Value in fvalue = %fn", fvalue );
25.printf( "Value in ch = %cn", ch ); //<-----------พิมพ์ค่าใน ch รูปแบบ charecter
26.printf( "Value in data = %sn", data ); //<---------พิมพ์ค่าใน data รูปแบบ string
27.return 0;
}



{
28.int i = 10; //<----------------------------ประกาศตัวแปร i เป็น Interger และให้ค่า 10
29.long lvalue = 20; //<------------------ประกาศตัวแปร lvalue เป็น long และให้ค่า 20
30.float fvalue = 30.0; //<-------------ประกาศตัวแปร fvalue เป็น float และให้ค่า 30.0
31.char ch = 'A'; //<------------------------------------ ตัวแปร character ให้ค่าอักษร 'A'
32char data[80] = "Sawasdee"; //<------------ ตัวแปร array character ให้ค่า ข้อความ Sawasdee
33.printf( "Value in i = %in", i );
34.printf( "Value in lvalue = %in", lvalue );
35.printf( "Value in fvalue = %fn", fvalue );
36.printf( "Value in ch = %cn", ch ); //<---------- พิมพ์ค่าใน ch รูปแบบ charecter
37.int i = 10; //<----------------------------ประกาศตัวแปร i เป็น Interger และให้ค่า 10
38.long lvalue = 20; //<------------------ประกาศตัวแปร lvalue เป็น long และให้ค่า 20
39.float fvalue = 30.0; //<-------------ประกาศตัวแปร fvalue เป็น float และให้ค่า 30.0
40.char ch = 'A'; //<------------------------------------ตัวแปร character ให้ค่าอักษร 'A'
41.char data[80] = "Sawasdee"; //<------------ ตัวแปร array character ให้ค่าข้อความ Sawasdee

42.printf( "Value in i = %in", i );
43.printf( "Value in lvalue = %in", lvalue );
44.printf( "Value in fvalue = %fn", fvalue );
45.printf( "Value in ch = %cn", ch ); //<-----------พิมพ์ค่าใน ch รูปแบบ charecter
46.printf( "Value in data = %sn", data ); //<--------พิมพ์ค่าใน data รูปแบบ string
47.return 0;
}

48.Value in i = 10
49.Value in lvalue = 20
50.Value in fvalue = 30.000000
51.Value in ch = A

วันจันทร์ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2555

ส่วนประกอบจองหน้าต่างโรมเเกรม microsoft excel

ภาพแสดงโครงสร้างของMicrosoft Excel
 1.  แถบชื่อ (Title Bar) คือส่วนที่แสดงชื่อของโปรแกรมนั้นซึ่งคือMicrosoft Excel แสดงชื่อของแฟ้มหรือสมุดงานแทน
 
2.  แถบคำสั่ง (Menu Bar) คือแถวที่รวมคำสั่งที่ใช้ในการทำงานได้แก่  แฟ้ม (File)  แก้ไข(Edit)  มุมมอง (View)  แทรก (Insert)  รูปแบบ (Format)  เครื่องมือ (Tool)  ข้อมูล (Data)  หน้าต่าง(Window)   ตัวช่วย (Help)
 
3.  แถบเครื่องมือ(Tool Bar) เป็นแถบที่ใช้แสดงเครื่องมือสำหรับสั่งให้ Microsoft Excel ทำงานในเรื่องต่าง ๆ ได้แก่
 3.1  แถบเครื่องมือมาตรฐาน(Standard Tool Bar)

       3.2  แถบเครื่องมือจัดรูปแบบ (Formating Tool Bar)
      3.3  แถบเครื่องมือรูปวาด (Drawing Tool Bar)
 
4. แถบสูตร (Formular Bar) เป็นส่วนที่ใช้แสดงข้อมูลและสูตรต่าง ๆ ในเซลล์ที่เรากำลังทำงานอยู่ ใช้ป้อนข้อมูลและแก้ไขข้อมูล  จะแตกต่างจากโปรแกรม Microsoft Word ที่ไม่มี

 
5.  แถบชีตงาน (Sheet Bar)  แสดงชื่อชีทงานที่ใช้งานอยู่
 6.  แถบสถานะ (Status Bar)  เป็นส่วนที่แสดงสถานะการทำงานของ Excel และแป้นพิมพ์

 
7.  แถบเลื่อน (Scroll Bar) ใช้เลื่อนเอกสารไปซ้าย - ขวา หรือ เลื่อนขึ้น ลง
   
 8.  ตัวชี้เซลล์ (Active Cell) หรือ (Cell Pointer) คือเซลล์ที่กำลังถูกใช้งานในขณะนั้น  เซลล์ที่เป็นแอกทีฟเซลล์จะมีเส้นกรอบแบบสีดำล้อมรอบอยู่

 
9.  สมุดงาน (Work Book)คือ ไฟล์ที่สร้างจากExcel ซึ่งประกอบ Work sheet หลายแผ่นมารวมกัน
 
10.  
แผ่นงาน (Work Sheet) หมายถึงพื้นที่ส่วนที่ใช้เป็นกระดาษคำนวณมีลักษณะเป็นตาราง เราสามารถป้อนข้อมูลและสูตรคำนวณต่าง ๆ ลงไปในเซลล์ นอกจากข้อมูลในเซลล์แล้วยังสามารถวางวัตถุ เช่น รูปภาพหรือชาร์ต (Chart) ลงบนแผ่นงานได้อีกด้วย

วันจันทร์ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2554

ส่วนประกอบของหน้าต่างโปรแกรม Microsoft Office Word 2007

โปรแกรมสำหรับพิมพ์งานเอกสารที่มีผู้ใช้งานมากที่สุดในโลกตัวหนึ่ง จากบริษัท Microsoft ซึ่งเป็นบริษัทที่ผลิตโปรแกรมต่างๆ มากมาย อาจสืบเนื่องมาจากความนิยมในการใช้งานโปรแกรม Windows ซึ่งเป็นระบบปฏิบัติการที่เราใช้งานกันในทุกๆ เครื่องคอมพิวเตอร์ (เกือบทั้งโลก) ดังนั้นจึงทำให้ Microsoft Word เป็นอีกหนึ่งโปรแกรมที่เราใช้งานกันอยู่เป็นมาตราฐานเช่นเดียวกัน
Microsoft Word เป็นหนึ่งโปรแกรมของโปรแกรม Suite (รวมมิตร) ซึ่งประกอบด้วยโปรแกรมหลักๆ คือ

Microsoft Word 2007
การทำงานของทุกๆ โปรแกรมในตระกูล Microsoft Office สามารถเชื่อมโยงกันได้อย่างง่ายดาย ทำให้เรานิยมซื้อและใช้งานโปรแกรมทั้งหมดในตระกูล Microsoft Office

หน้าตาใหม่ของ Microsoft Word 2007

Office 2007 Ribbon

เดิมการพัฒนาของ Microsoft ที่เกี่ยวเนื่องกับ Microsoft Office จะไม่มีความแตกต่างมากนัก โดยมักเน้นพัฒนาในเรื่องของความสามารถ (Features) ของโปรแกรมให้มากขึ้น ใช้งานสะดวก และรวดเร็วมากยิ่งขึ้น โดยคำนึงถึงความต้องการของผู้ใช้งานเป็นหลัก แต่ต่อมา นับตั้งแต่ Microsoft Office 2007 พัฒนาขึ้นมา และเริ่มใช้งาน จึงเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ โดยเฉพาะหน้าตาและไอคอนต่างๆ ที่เราใช้งานกัน เปลี่ยนหมด !

เรื่องน่ารู้ของ Microsoft Office 2007

  1. เมนูและไอคอน หาย เปลี่ยนเป็น Ribbon แทน
  2. ไฟล์ที่บันทึก (Save) เดิมมีนามสกุล .DOC ของใหม่เปลี่ยนเป็น .DOCX
  3. การปรับแต่งโปรแกรมจากเมนู Options ถูกย้ายมาสู่ Office Button แล้ว ให้คลิกเลือก จะอยู่มุมขวาล่าง "Word Options"
  4. เราสามารถปรับเปลี่ยนการบันทึกไฟล์จาก .DOCX เป็น .DOC ได้ เพื่อแก้ปัญหาคนอื่น ไม่สามารถเปิดดูได้โดยการเข้าไปที่ "Word Options" เลือกหัวข้อ "Save" จากนั้น ให้เลือก "Save files in this format" ให้เลือกเป็น "Word 97-2003 Document"
  5. ถ้าต้องการบันทึก ให้คลิกไอคอนวงกลมด้านบนซ้ายสุด (Office Button) จะมีเมนูให้เลือก Save

วันจันทร์ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2554

วิธีการใช้โปรแกรมต่างๆ


วิธีการใช้โปรแกรมต่างๆ





1. สร้างไฟล์ใหม่ แล้วใช้  ถมพื้นหลังให้เป็นสีดำ
2. ใช้  เขียนตัวอักษรด้วยสีขาว
3. ใช้คำสั่ง Layer>Rasterize>Layer เปลี่ยน Layer ตัวอักษรเป็น Layer ธรรมดา
4. ใช้คำสั่ง Select>Color Range เลือกส่วนที่เป็นสีขาว
5. ใช้คำสั่ง Select>Modify>Contact ปรับค่าเป็น 1 กด OK แล้วกดปุ่ม Delete (บน Keyboard) เนื้อในของตัวอักษรจะ ถูกตัดออกไป
6. Copy Layer โดยการลาก Layer ไปที่ไอคอน new Layer
7. ใช้คำสั่ง Filter>Blur>Gussian Blur แล้วปรับค่าเป็น 2
8. Copy Layer ที่ทำการ Blur ออกมาเป็น 3 Layer จะทำให้สว่างมากขึ้น
9. ในขั้นตอนนี้เรายังไม่สามารถปรับสีด้วย Color Balance ได้ ดังนั้นเราต้องปรับโหมดสีให้เป็น Gray Scale ก่อน แล้วค่อยปรับกลับมาเป็น RGB (Fletten Image ด้วย)
10. ในขั้นตอนสุดท้าย ให้ใช้ Image>Adjust>Color Balance ปรับสีเอาตามใจชอบ 


คู่มือการใช้งาน program desktop author

<< ทำหนังสือ Electronic เปิดหน้าได้โดยใช้ Desktop Author กันครับ >> 
เขียนโดย คุณ Please Remember / IT-Thai.net
 
หลังจาก Setup เสร็จ เรียกโปรแกรมขึ้นมาจะพบกับหน้าตาโปรแกรม ดังรูป



รายละเอียดของตัวโปรแกรม



1. New ใช้สำหรับการสร้างงานใหม่
2. Open ใช้สำหรับเปิดงานที่มีอยู่แล้วเพื่อดูหรือแก้ไข
3. Save ใช้สำหรับบันทึกไฟล์งานที่ได้ทำขึ้น
4. Page ใช้สำหรับชมตัวอย่าง (Preview) งานที่ได้ทำขึ้นมา
5. Package (EXE) ใช้บีบอัดไฟล์งานทั้งหมดที่ทำขึ้นมาให้รวมเป็นไฟล์เดียวโดยมีนามสกุลเป็น .EXE
6. Package (DNL) ใช้บีบอัดไฟล์งานทั้งหมดที่ทำขึ้นมาให้รวมเป็นไฟล์เดียวโดยมีนามสกุลเป็น .DNL สำหรับการทำเวบไซด์
7. Package (DRM) ใช้ป้องกันไฟล์งานทั้งหมดที่ทำขึ้นมาเพื่อนำเสนอในเวบไซด์ไฟล์เดียวโดยมีนามสกุลเป็น .DRM
8. Package (SCR) ใช้ในการทำ Screen Saver
9. Publish ใช้สำหรับใส่ไฟล์ DNL ลงในเวบไซด์
10. Upload ใช้สำหรับ Upload ไฟล์ที่ได้ทำขึ้นเวบไซด์
11. Multimedia ใช้ในการแทรกไฟล์มัลติมีเดียต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเพลง หรือ มิวสิควีดีโอ หรือ ภาพยนตร์ สนับสนุนไฟล์นามสกุล .swf, .wma, .wav เป็นต้น
12. Eazyform ใช้ในการแทรกคำถาม คำตอบ และเพิ่ม Object ต่างๆลงในงาน
13. Refresh ใช้สำหรับ Refresh งานที่ทำ
14. Properties ใช้ตั้งค่าต่างๆของ งานที่ทำ
15. Template ใช้เลือกรูปแบบต่างๆ ให้กับชิ้นงาน
16. Buttons ใช้เลือกปุ่มต่างๆที่จะให้มีในงานของเรา




รู้จักรูปร่างหน้าตาของโปรแกรมกันแล้ว ต่อไปเราจะมาลองทำหนังสือ Electronic

เปิดโปรแกรม Desktop Author ขึ้นมา เลือก New



จะขึ้นหน้าต่าง Book Properties เซตค่าตามต้องการเลยครับ หรือจะเอาค่าที่ โปรแกรมตั้งไว้ก็ได้ครับ



1. Width : เลือกความกว้างของหนังสือ
2. Height : เลือกความสูงของหนังสือ
3. Border Colour : เลือกสีของขอบหนังสือ
No Border : เลือกว่าจะให้หนังสือมีขอบหรือไม่มี ถ้าให้หนังสือมีขอบให้เอาเครื่องหมายถูกออก
4. Paper Colour : เลือกสีของหน้ากระดาษ
5. Mask Colour : เลือกสีที่ใช้สำหรับการทำรูปให้โปร่งใส
6. Background Colour : เลือกสีพื้นหลัง
7. Character Set : เลือกภาษาที่ใช้
8. Text default left : เลือกขนาดความห่างของกล่องข้อความกับขอบกระดาษทางซ้ายมือ
9. Text default top : เลือกขนาดความห่างของกล่องข้อความกับขอบกระดาษด้านบน
10. Text default width : เลือกขนาดความกว้างของกล่องข้อความ
11. Text default height : เลือกขนาดความสูงของกล่องข้อความ
12. Start with tooltip auto update : เปิดหนังสือพร้อมอับเดทเคล็ดลับเครื่องมือ
13. Auto Start : เปิดหนังสือโดยให้หนังสือเปลี่ยนหน้าอัตโนมัติ
14. Start with background windows : เปิดหนังสือพร้อมฉากหลัง
15. Disable Print Function : สามารถ พริ๊นท์ ฟังก์ชั่นได้
16. Page Turn : ปรับค่าการเปลี่ยนหน้ากระดาษ
17. Fly Speed : เลือกความเร็วในการเปลี่ยนหน้ากระดาษ
18. Start Status : เลือกว่าจะให้มีเมนูบนหนังสือหรือว่าไม่มี
19. DWB Go To : เลือกสไตล์ในการใช้ ฟังก์ชั่น Go To
20. Default Unicode Value : เลือกค่ายูนิโค้ดพื้นฐาน
21. With/Without Password : เลือกว่าจะให้หนังสือมี Password หรือไม่
22. Book Password : .ใส่ Password หนังสือ
23. Book Backup File : เลือกว่าจะให้มีไฟล์ Backup หนังสือกี่ไฟล์
24. Disable Send Mail Function : สามารส่ง Email ได้
25. Disable SaveAs Function : สามารถเซฟได้
26. Book Transparency : เซตค่าต่างๆในการทำปกหนังสือ
27. Book DRM : เซตค่าการป้องกันต่างๆ
28. Book Email : เซตค่า Email สำหรับหนังสือ
29. Book Multimedia : เซตค่า มัลติมีเดียสำหรับหนังสือ จัดการทำหนังสือตามแบบฉบับของคุณๆครับ ส่วนในตัวอย่างผมเริ่มจาก การแบ่งหน้ากระดาษ ครับ โดยการเลือกที่ Buttons > 3D_Spines หรือ Dividers



จะมี Dialog Box ขึ้นมาให้เราเลือกรูปแบบของตัวแบ่งหน้ากระดาษครับ แล้วกด Use



นำมาจัดไว้กึ่งกลางของหน้ากระดาษครับ (ใครจะไม่แบ่งหน้ากระดาษ หรือจะหารูปอื่นมาเป็นตัวแบ่งแทนก็ได้นะครับ Up to You)



ทำการใส่รูปภาพลงไปเพื่อทำปกครับ เลือกที่กล่อง Insert เครื่องมือหรือจะเลือกที่ Insert > Image ก็ได้ครับ



จะมี Dialog Box ขึ้นมาให้ทำการเลือกภาพครับ



ได้รูปที่ต้องการแล้วก็ใส่ลงไปในหนังสือของเราได้เลยครับ ปรับขนาดตามความเหมาะสม



จะทำให้เป็นปกได้โดยสมบูรณ์ จะต้องทำให้หน้าหนังสือฝั่งซ้ายมือหายไปโดยการเลือก Tools > Book Transparency



จะปรากฏ Dialog Box ขึ้นมาที่หัวข้อ Eazy Cover Shape ให้ใส่เครื่องหมายถูกหน้า With Transparency แล้วเลือก Select ดังรูป เพื่อปรับสี (หรือจะใช้สีเดิมที่โปรแกรมมีให้ก็ได้) แล้วกด OK



จากนั้นให้เลือกที่กล่องเครื่องมือ Insert Box หรือเลือกที่เมนู Insert > Box



จะปรากฏ Dialog Box สีขึ้นมาให้เราเลือกสีเดียวกับที่เราได้กำหนดไว้ใน Transparent Colour



จะเห็นกล่องสีเพิ่มเข้ามาในหน้าหนังสือของเรา ดังรูป



จัดการขยายกล่องสีให้เต็มหน้ากระดาษของเรา เพื่อจะทำให้กลายเป็นวัตถุโปร่งใสก็จะได้หน้าปกหนังสือขึ้นมาแล้ว



ต่อมาเราจะมาทำเนื้อหาของหนังสือกัน โดยการเลือก กล่องเครื่องมือ Page เลือก Add page หรือ เมนู Insert > Page จะได้หน้าใหม่ขึ้นมา ให้เราเว้นหน้านี้ไว้เพื่อทำสารบัญในตอนท้าย ให้เรา Add หน้าใหม่เพิ่มอีกหนึ่งหน้า ถึงตอนนี้เราจะมีหนังสือทั้งหมด 3 แผ่น รวมปกด้วย



เมื่อเราเพิ่มหน้ากระดาษใหม่มาให้เราทำเนื้อหาในกระดาษแผ่นที่ 3 โดยการใส่สิ่งต่างๆที่คุณต้องการไม่ว่าจะเป็นรูป ข้อความ เสียงเพลง หรือ มิวสิควีดีโอ ในตัวอย่างผมจะทำการใส่รูป เนื้อเพลง และ เพลง ในกระดาษแผ่นนี้นะครับ เริ่มจากการแบ่งหน้ากระดาษก่อนแล้วตามด้วยการใส่รูปโดยการ Insert > Image



ต่อมาก็ทำการใส่สีพื้นให้กับหน้ากระดาษครับ โดยถ้าเราต้องการให้หนังสือเราทั้งเล่มมีหน้ากระดาษเป็นสีเดียวกันหมดให้ เลือกที่ File > Book Properties แล้วเปลี่ยนสีหน้ากระดาษที่ Paper Colour หากต้องการให้หน้ากระดาษที่เรากำลังทำเปลี่ยนสีเพียงหน้าเดียวให้เลือก Insert > Box เลือกสีตามใจชอบแล้วขยายปิดให้หมดทั้งหน้ากระดาษ จะได้ดังรูป



ต่อมาให้ กดคลิกขวาที่หน้ากระดาษเลือก Send to bottom เพื่อให้กล่องสีที่เราเลือกมาลงไปอยู่ด้านล่างภาพและข้อความที่เราได้ ใส่ไว้ในหน้ากระดาษ



จะปรากฏภาพที่เราได้ใส่ไว้ในตอนแรกขึ้นมาครับ



ทีนี้มาถึงการใส่ข้อความลงในหน้ากระดาษของเรานะครับ ให้เลือกที่กล่องเครื่องมือ Insert หรือ เลือกที่เมนู Insert > Text



จะปรากฏ Dialog Box กล่องข้อความออกมา ให้พิมพ์ข้อความที่ต้องการลงไป เมื่อพิมพ์ถ้าปรากฏข้อความเป็นภาษาต่างดาว เหมือนดังรูป



ให้แก้ไขโดยการทำ แถบไฮไลท์ ที่ข้อความของเรา แล้วเปลี่ยนค่าที่ช่องภาษาจาก THAI เป็น DEFAULT และเปลี่ยน Font เป็น Font ภาษาไทย ข้อความก็จะสามารถอ่านเป็นภาษาไทยได้แล้ว



เมื่อใส่ข้อความเสร็จเรียบร้อย ก็จะได้ออกมา ดังรูปนี้



เราจะมาใส่เพลงลงไปในหนังสือ ของเรากัน ครับ เลือกที่ กล่องเครื่องมือ Insert หรือเลือกแถบเครื่องมือด้านบน ที่ Multimedia หรือเลือกที่ เมนู Insert > Multimedia จะปรากฏ Dialog Box และ กรอบมัลติมีเดียขึ้นมาดังภาพ



1. Font : เลือก Font
2. Text Colour : เลือกสีตัวอักษร
3. File : ช่องบอกชื่อไฟล์ที่เราใส่ลงในหน้าหนังสือ
4. Embed file inside book : เลือกใส่ไฟล์ลงในหนังสือเลือกที่ Select Multimedia เพื่อใส่ไฟล์ เพลง หรือ Video ที่เราจะใส่ลงไป (รองรับไฟล์ .swf / .wma / .wav )
5. Start play automatically : เลือกให้เพลงเล่นแบบ อัตโนมัติ
6. Loop : เลือกให้เล่นเพลงวนต่อเนื่อง
7. Add/Change image : ใส่รูปภาพ
8. Remove image : เอารูปภาพออก
9. Note Text : กล่องใส่ข้อความ

เลือกใส่ไฟล์เพลงในตัวอย่างผมเลือกไฟล์ Flash



เมื่อเลือกไฟล์เรียบร้อยกด OK ออกมาจะเห็น กรอบมัลติมีเดียอยู่ถ้าเราใส่ไฟล์เพลง ให้เราทำการย่อแล้วนำไปซ่อนไว้ในรูปหรือที่ต่างๆ ของหนังสือ แต่หากเราใส่ไฟล์ Video ให้ทำการขยายกรอบ ตามความเหมาะสมเพื่อให้เกิดภาพ Video ขึ้นในกรอบนั้น



ผมเอาไปแอบไว้ใกล้ๆกะพี่ตูน เลย อิอิ



คราวนี้เราก็มาทำปุ่มเมนูต่างๆ บนหนังสือกัน หุหุ โดยการเลือกที่ แถบเครื่องมือ Buttons ซึ่งมีให้เลือกหลายฟังก์ชั่นมาก เรามาลองทำ ปุ่ม Close เพื่อใช้ในการออกจากการดูหนังสือ หรือ ปิดนั่นเอง เลือกที่ Buttons > Close



จะปรากฏ Dialog Box ขึ้นมาให้เราเลือกรูปแบบ ก็เลือกกันได้ตามใจชอบครับ



หรือหากเราไม่ชอบใจกับรูปแบบที่ให้มานั้น ก็สามารถ Insert รูปของเรามาแทนได้ครับ
ในตัวอย่างผมได้ทำรูปแบบขึ้นมาเอง แล้ว Insert เข้ามาครับเสร็จแล้วจัดวางตำแหน่งให้เรียบร้อย



มาถึงตอนนี้ปุ่ม Close ที่เราใส่เข้าไปจะไม่สามารถใช้งานได้จนกว่าเราจะใส่ค่าให้กับมันโดยการ คลิกที่ตัวรูปภาพปุ่ม แล้วเลือกกล่องเครื่องมือ Change หรือ คลิกขวาที่รูปภาพปุ่มแล้ว เลือก Change Link



จากนั้นจะปรากฏ Dialog Box ขึ้นมาให้เลือกค่าต่างๆ ในที่นี่เราทำปุ่ม Close หรือ ปุ่มปิด ให้เลือกค่าที่ CloseWindow



หลังจากนั้นจะใส่ปุ่มอะไรเพิ่มเติมก็แล้วแต่คุณแล้วเลือกเซตค่าตามใจชอบครับ หรือใครจะเพิ่มหน้าหนังสือก็ตามสบายครับ มาพูดถึงสิ่งที่ค้างไว้คือ สารบัญครับ ให้เราย้อนกลับไปที่หน้า 2 ที่เราข้ามาในตอนแรกครับโดยเลือกกล่องเครื่องมือ Page หรือ เมนู Control > Previous Page ครับ




ก็จะกลับมาที่หน้า 2 ที่เราข้ามไปซึ่งขาวสะอาดหมดจดเพราะเรายังไม่ได้ทำอะไร ครับ ทีนี้ก็มาเริ่มทำสารบัญ โดยการแบ่งหน้ากระดาษใส่รูป ใส่ไฟล์ต่างๆ ตามใจชอบครับ



หลังจากนั้นก็มาทำหัวเรื่องครับ (สารบัญ) จะใช้วิธีพิมพ์ใน Text Box หรือนำภาพมาใส่ก็ได้ครับ พอได้หัวเรื่องเสร็จ ก็มาทำเมนูสารบัญกันต่อครับ โดยจะใช้การ ทำปุ่มกด หรือ การ Insert ภาพมาใส่ก็ได้ครับ



พอเราได้ภาพที่จะมาทำเป็น ปุ่มเพื่อกดสำหรับโยงไปหน้าที่เราต้องการก็จัดวางตำแหน่งแล้ว คลิกขวาที่ภาพเพื่อใส่ฟังก์ชั่น Change Link



จะปรากฏ Dialog Box ขึ้นมาให้เลือกฟังก์ชั่นให้เราเลือก ฟังก์ชั่น Page แล้วจะปรากฏ แถบฟังก์ชั่น ขึ้นมาอีกหนึ่งแทบ ให้เลือก ว่าเราต้องการจะให้ กดปุ่มนี้แล้วโยงไปหาหน้าอะไร ก็คง Concept เดิมครับ เลือกกันตามใจชอบเลย อิอิ





ต่อมาเราก็จะมาทำปกหลังกันนะครับ วิธีการก็เหมือนกับการทำ ปกหน้าอ่ะ ครับ ต่างกัน 2 จุด คือ
1. การใส่รูปจะต้องใส่ด้านตรงกันข้ามกับปกหน้าเสมอ



2. เซตค่า Book Transparency ที่หัวข้อ Easy Back Cover Shape ให้ใส่เครื่องหมายถูกหน้า With Transparency และ เลือกสี ครับ



พอเราทำหนังสือครบทุก หน้าตามที่ต้องการแล้วก็จะถึงขั้นตอนของการ Save ครับในครั้งแรกที่ทำการ Save แนะนำให้ เลือกที่ File > Save As… ครับเพราะถ้าเราคลิกที่ แถบเครื่องมือรูป 

มันจำทำการเซฟลงใน Folder ที่เราเก็บไฟล์ต่างๆ ที่เราใช้ในการทำหนังสือ เช่น เราใช้ไฟล์รูปจาก Drive D มากโปรแกรมจะทำการเซฟงานลงใน Drive D เลยครับ ทำให้ยุ่งยากต่อการจัดการ ดังนั้น ควรเลือก Save As.. แล้วเลือกที่ที่ต้องการ Save งานเก็บไว้ครับ พอเราเซฟงานเสร็จแล้ว ก็จะมาดูหน้าตาหนังสือเราว่าเป็นอย่างไร โดยการเลือกที่ แถบเครื่องมือ Package หรือ File > Package EXE ครับ



พอเลือก Package EXE โปรแกรมจะทำการรวมข้อมูล พอรวมเสร็จ หนังสือ ของเราก็จะเด้งขึ้นมาให้ได้ชมกัน



หน้าตาหนังสือของเราครับ



Created by kriengsak3340 points . Last Modification: Monday 13 of July, 2009 10:18:02 ICT by kriengsak3340 points .